
สาเหตุ
- มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปเช่นเศษอาหาร อุจจาระ พยาธิ
- จากการขดงอของไส้ติ่ง
- จากเชื้อแบคทีเรีย
อาการแสดง แบ่งได้ 2 ลักษณะ
1. ไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน
อาการจะเป็นรวดเร็ว เริ่มแรกการมีอาการปวดท้องรอบสะดือและกระจายไปทั่วทองอาจเป็นชั่วครู่หรือเป็นชั่วโมงแล้วจะมาปวดที่บริเวณท้องน้อยด้านขวา ไข้สูง คลื่นไส้ อาเจียน รับประทานอาหารไม่ได้ ปากแห้ง ลิ้นแห้ง
2. ไส้ติ่งอักเสบเรื้อรัง
อาการปวดจะเป็นๆ หาย ๆ ไม่รุนแรงอาจเป็นได้บ่อย
อุบัติการณ์
เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย
การรักษา
1. ไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน
จะทำการผ่าตัดทันทีโดยตัดไส้ติ่งอักเสบถ้ามีไส้ติ่งแตกจะต้องใส่ท่อระบายหนองออก
2.ไส้ติ่งอักเสบเรื้อรัง
ให้ผู้ป่วยพักและรักษาตามอาการเพื่อพิจารณาทำการผ่าตัดตามความเหมาะสม
การปฏิบัติตนก่อนการทำผ่าตัด
- ต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 - 8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด เพื่อป้องกันการสำลัก หรือเศษอาหารอุดตันท่อทางเดินหายใจในขณะทำผ่าตัด
- ดูแลทำความสะอาดร่างกายโดยเฉพาะบริเวณที่ทำผ่าตัดรวมไปถึงผม เล็บ ปากและฟัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอก่อนทำผ่าตัด
- ไม่ต้องนำของมีค่าติดตัวไปห้องผ่าตัดเพื่อป้องกันการสูญหายและป้องกันผิวหนังใหม่จากการใช้เครื่องจี้ไฟฟ้า
- ถ้ามีฟันปลอมชนิดถอดได้ควรถอดก่อนเข้าห้องผ่าตัด เพื่อป้องกันฟันปลอมหลุดไปอุดกั้นทางเดินหายใจขณะดมยาสลบ
การปฏิบัติตนหลังผ่าตัด
- ทำความสะอาดแผลผ่าตัดทุกวันที่โรงพยาบาลหรือสถานีอนามัยใกล้บ้าน อย่าาล้างแผลเองหรือแกะเกาแผล ระวังไม่ให้แผลเปียกน้ำเพราะอาจเกิดการติดเชื้อได้
- มาตัดไหมตามแพทย์นัดหลังผ่าตัด 7 วัน ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น เลือดซึม ให้รีบมาพบแพทย์ทันที
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น เนื้อ นม ไข่ ผัก ผลไม้ และดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันอาการท้องผูก
- ออกกำลังกายด้วยการเดินหรือเปลี่ยนอิริยาบถเพื่อลดการตึงของบาดแผลและป้องกันลำไส้กลืนกัน
- รับประทานยาให้ครบตามแพทย์สั่งและมาตรวจตามนัดทุกครั้ง
แสดงความคิดเห็น